29

ก่อนเริ่มธุรกิจทุกชนิดและก่อนจัดทำแผนธุรกิจผู้ประกอบการจะต้องทราบว่ามีปัจจัยใดบ้างที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ และจะต้องศึกษาขนาดตลาดว่ากว้างพอที่ท่านจะสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน  ธุรกิจสามารถทำกำไรได้มากหรือน้อยเพียงใด มีเงินทุนพอเพียง มีคนงานที่มีฝีมือ และมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือและไม่ล้าสมัยกับความต้องการเพียงใด โดยจะต้องพิจารณาในประเด็นต่างๆ ดังนี้ ขนาดตลาด เช่นเรามีเค้ก  1 ชิ้น จากเค้ก  1  ปอนด์เราสามารถแบ่งมาได้เพียงใด ถือว่าเป็นรายได้ที่ได้ที่มาจากธุรกิจ การหาขนาดตลาดที่มีหลักการจะช่วยให้ผู้ประกอบการทราบความต้องการของลูกค้า คุณภาพ และปริมาณเท่าใด จากข้อมูลเหล่านี้จะทำให้สามารถตัดสินใจเกี่ยวกับความสามารถในการสร้างผลกำไรด้วยการนำเสนอสินค้าและบริการเฉพาะอย่าง ซึ่งจะสรุปได้ว่าจำนวนลูกค้าที่มีความต้องการสินค้าทั้งหมดในขอบเขตของธุรกิจที่เป็นไปได้จะต้องกว้างพอที่จะช่วยธุรกิจได้ ผู้ประกอบการควรจะต้องเรียนรู้ว่าสิ่งที่ลูกค้าชอบและไม่ชอบ เพื่อให้บริการมีคุณภาพและสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้

ความเพียงพอของเงินลงทุน การทำธุรกิจถือว่าเงินทุนเป็นหัวใจที่สำคัญในการเริ่มต้นและดำเนินธุรกิจต่อไป  มีคำกล่าวที่ว่าเงินคือพระเจ้า แต่ปัจจุบันยุคสมัยที่เปลี่ยนไป  เงิน  คือ  พ่อพระเจ้า การเริ่มต้นธุรกิจด้วยการขาดเงินทุนจะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความสำเร็จเพราะเงินทุนไม่เพียงพอในการเริ่มทำธุรกิจเพราะถ้าไม่มีเงินทุนไหลเวียนเพียงพอก็จะทำให้เกิดปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นต้องมีเงินทุน  การแก้ปัญหาเบื้องต้นทำได้โดยการกู้จากแหล่งเงินกู้นอกระบบ  ธนาคาร ญาติพี่น้อง หรือสถาบันการเงินอื่นๆ การวางแผนการเงิน จะทำให้สามารถประมาณการได้ว่าจะต้องจัดหาปริมาณเงินทุนเท่าใด

การสรรหาและคัดเลือกพนักงานให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพการสรรหาและคัดเลือกแรงงานที่มีความสามารถเอาไว้ เป็นงานที่ธุรกิจค้าปลีกต้องทำอยู่ตลอดเวลา ผู้ประกอบการควรจัดให้มีการฝึกอบรม และมีการสร้างขวัญและกำลังใจของพนักงาน  ไม่จ้องจับผิดอย่างสม่ำเสมอมีเครื่องจักรที่จำเป็น มีคุณภาพพร้อมใช้งาน ธุรกิจทุกชนิดย่อมมีการแข่งขันบางธุรกิจมีความจำเป็นในการใช้เครื่องจักร ตลอดจนเครื่องมือที่ทันสมัย มีคุณภาพและสามารถใช้งานได้ทันทีที่ต้องการ อีกทั้งควนมีวัสดุอุปกรณ์ที่พรั่งพร้อมเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจการได้มาซึ่งข้อมูลที่ถูกต้อง ผู้บริหารขององค์การโดยเฉพาะในธุรกิจค้าปลีกขนาดย่อมจะต้องมีการวางแผน การควบคุม จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ข้อมูลในการตัดสินใจในการดำเนินงาน ซึ่งถ้ามีการรวบรวมแยกแยะจัดหมวดหมู่ ประมวลผลจนเป็นสารสนเทศที่มีความน่าเชื่อถือเที่ยงตรง ทันต่อความต้องการ  จะเป็นการดีสำหรับกิจการ การได้มาซึ่งข้อมูลหรือสารสนเทศสามารถดำเนินการได้โดยง่าย ตั้งแต่การใช้ห้องสมุดในท้องถิ่นจนถึงการเข้าพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำปรึกษา ยิ่งได้ข้อมูลที่ถูกต้องมากเท่าไหร่ ก็จะสามารถตัดสินใจได้มีประสิทธิภาพดีขึ้น

vdd
แผนธุรกิจ เป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญยิ่งสำหรับผู้ประกอบการที่ริเริ่มจะก่อตั้งกิจการ แผนนี้เป็นผลสรุปหรือผลรวมแห่งกระบวนการคิดพิจารณา และการตัดสินใจที่จะเปลี่ยนความคิดของผู้ประกอบการออกมาเป็นโอกาสทางธุรกิจ มีผู้เปรียบเทียบว่าแผนธุรกิจเปรียบเหมือนแผนที่ในการเดินทางที่จะชี้แนะขั้นตอนต่างๆทีละขั้นตอนในกระบวนการก่อตั้งกิจการ แผนจะให้รายละเอียดต่างๆทั้งเรื่องของการตลาด การแข่งขันกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ การคาดคะเนทางการเงิน ที่จะชี้นำผู้ประกอบการไปสู่ความสำเร็จหรือชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนและข้อควรระวังด้วยเช่นกัน แผนธุรกิจจึงมีความจำเป็นต่อธุรกิจทุกๆธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจขนาดใหญ่ จะเป็นธุรกิจในรูปบุคคลธรรมดาหรือเป็นนิติบุคคล

แผนงานทางธุรกิจที่แสดงกิจกรรมต่างๆที่ต้องปฏิบัติในการลงทุนประกอบการ โดยมีจุดเริ่มต้นจากจะผลิตสินค้าและบริการอะไร มีกระบวนการปฏิบัติอย่างไรบ้าง และผลจากการปฏิบัติออกมาได้มากน้อยแค่ไหน ใช้งบประมาณและกำลังคนเท่าไร เพื่อให้เกิดเป็นสินค้าและบริการแก่ลูกค้า และจะบริหารธุรกิจอย่างไรธุรกิจจึงจะอยู่รอด การเขียนแผนธุรกิจ เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งและเป็นมาตรฐานในการทำธุรกิจสมัยใหม่ไปแล้วก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการขอกู้เงินหรือการขอสินเชื่อจากธนาคารเพื่อนำเงินมาลงทุน การใช้เงินลงทุนของตนเองก็ดี เนื่องจากจะทำให้เจ้าของกิจการ ผู้ร่วมธุรกิจ หรือธนาคารได้เห็นภาพรวมของโครงการ รวมถึงการประเมินความเป็นไปได้ของโครงการต่างๆว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด จะให้ผลคุ้มทุนเมื่อใด มีความสามารถในการชำระหนี้หรือไม่ ก่อนที่จะเริ่มต้นลงทุนในโครงการนั้นๆจริง โดยแผนธุรกิจนอกจากจะเป็นการประเมินความเป็นไปได้ของโครงการแล้ว ยังเป็นแผนงานและแผนควบคุมการดำเนินงานของบริษัทได้อีกทางหนึ่งด้วย

แผนธุรกิจที่ดี

(1) การก่อตั้งธุรกิจเสร็จสมบูรณ์แล้วหรือยัง
(2) ธุรกิจน่าลงทุนหรือไม่
(3) แนวโน้มจะประสบผลสำเร็จมากน้อยเพียงใด
(4) ธุรกิจมีความสามารถด้านการแข่งขันมากน้อยเพียงใด
(5) กรรมวิธีการผลิตสินค้ามีประสิทธิภาพหรือไม่
(6) ความสามารถในการนำสินค้าวางตลาดมีประสิทธิภาพเพียงใด
(7) มีวิธีการผลิตสินค้าและความสามารถในการนำสินค้าวางตลาดดีกว่านี้หรือไม่
(8) มีการจัดการด้านการผลิต การจัดจำหน่าย การจัดองค์การเหมาะสมเพียงใด
(9) จำนวนพนักงานมีมากพอหรือไม่ และมีคุณภาพเพียงพอแล้วหรือยัง

ในการดำเนินธุรกิจไม่มีคำว่าเส้นชัย ความสำเร็จคือชัยชนะจากความอดทน และเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่ช่วยส่งเสริม การทำงานเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจ

อาศัยภาวะด้านเศรษฐกิจในปัจจุบันในการที่จะเพิ่มความได้เปรียบ ในการแข่งขันทางธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยีทาง อินเทอร์เน็ตมาเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุน โดยดำเนินการให้พนักงานสามารถติดต่อกับหน่วยงานภายในและ แผนกต่างๆ ได้ตลอดเวลาเพื่อค้นหาข้อมูล และใช้เครื่องมือต่างๆ ขององค์กรผ่านทางเทคโนโลยีแลนไร้สายและ เครือข่ายส่วนตัวเสมือน (Virtual Private Network – VPN) รวมไปถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานด้วย เทคโนโลยีโทรศัพท์ ผ่านไอพี (IP Telephony) และการอัพเดทข่าวสารข้อมูลและฝึกอบรมพนักงานด้วยอีเลิร์นนิ่ง (E-Learning) และเมื่อพนักงานได้รับความสะดวกจากสิ่งต่างๆนี้พวกเขาก็สามารถที่จะดำเนินธุรกิจได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดูแลลูกค้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและธุรกิจของท่านก็สามารถดำเนินต่อไปอย่างมั่นคงในภาวะที่ ยากลำบากในปัจจุบันนี้ได้

ในการดำเนินธุรกิจไม่มีคำว่าเส้นชัย ความสำเร็จคือชัยชนะจากความอดทน และเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่ช่วยส่งเสริม การทำงานเป็นทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจ ในอันที่จะได้รับชัยชนะใน ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน พนักงานต้องการติดต่อสื่อสารระหว่างกันอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น พวกเขา ต้องการวิธีในการเรียนรู้และการฝึกฝนที่นอกเหนือไปจากวิธีการเดิมๆ เนื่องจากพนักงานต้องการความยืดหยุ่นในการทำงาน ไม่ว่าระหว่างเดินทาง อยู่ที่บ้านหรืออยู่ในสำนักงาน

ในภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมา การใช้งบประมาณด้านเทคโนโลยีจะมีให้เห็น เพียงเทคโนโลยีที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และการดำเนินธุรกิจได้ ดังนั้นความท้าทายที่เกิดขึ้นคือ การหาวิธีในการประมาณผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างไร นอกเหนือไปจากการคำนวณการประหยัดในค่าใช้จ่ายต่างๆ หลายๆ ครั้ง เราท่านอาจจะมองข้ามประโยชน์ที่ได้มาในรูปแบบอื่นๆ เช่นการบริการลูกค้าที่ดีขึ้น ประสิทธิภาพในการทำงานที่มีมากขึ้น ความพึงพอใจของลูกค้า และอื่นๆ อีกมากมายในหลากหลายกรณีที่สิ่งเหล่านี้ เป็นประโยชน์อย่างมากต่อองค์กร ดังนั้นฝ่ายเทคนิคและฝ่ายธุรกิจ ควรที่จะทำงานร่วมกันในการหาวิธีการวัดผลและ ปัจจัยที่จะใช้ในการตัดสินใจ ตัวอย่างเช่นการติดตั้งระบบแลนไร้สาย นอกเหนือไปจากการประหยัดค่าเดินสายเคเบิล แล้วเราเคยนึกไปถึงเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ความพึงพอใจของพนักงาน ซึ่งมีส่วนในการเพิ่มขวัญ และกำลังใจของพวกเขาบ้างหรือไม่ ในอีกกรณีหนึ่งคือ การเพิ่มระบบการให้บริการลูกค้าเข้าไปในเว็บไซท์นั้น สามารถช่วยลดจำนวนบุคคลากร ที่ทำหน้าที่ในส่วนงานด้านศูนย์บริการลูกค้าได้ และนำมาซึ่งการก้าวไปสู่การที่ลูกค้าสามารถรับบริการต่างๆ ได้ด้วยตนเองผ่านทางอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

การทำให้ลูกค้ามีความสุขและพึงพอใจนั้น หมายถึงว่าความเชื่อมั่น และความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้กับเรา อยากให้ท่านทดลองสำรวจด้วยตัวท่านเอง จากการสอบถามลูกค้าผ่านทางเว็บว่า ต้องการกลับมาใช้บริการจากท่านอีกหรือไม่ และ เปรียบเทียบกับการไม่ได้ใช้บริการผ่านทางเว็บดู หรือจะลองศึกษาจากพนักงานฝ่ายขายในการพูดโทรศัพท์กับลูกค้า และสามารถหาข้อมูลผ่านทางเว็บ ได้เปรียบเทียบกับการไม่สามารถหาข้อมูลผ่านทางเว็บว่า กลุ่มใดสามารถขายสินค้า หรือปิดการขายได้มากกว่ากัน

การผ่านพ้นจุดเริ่มต้นของการทำงานมาได้ระยะเวลาหนึ่ง หลายคนอาจหยุดนิ่งที่จะคิดเพื่อหาแนวทางในการทำเงินมากยิ่งขึ้น และหลายคนเลือกที่จะเปลี่ยนวิธีการทำเงิน หรือบางครั้งหลายคนก็เลือกที่จะทำตลาดใหม่ๆ มาแทนที่ตลาดเดิมๆ ที่มีอยู่เพราะตลาดเดิมๆ นั้นอาจไม่ทำเงินเสียแล้วหรือไม่เหมาะกับการทำเงินของตนเอง ดังนั้นการเพิ่มช่องทางการตลาดถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราสามารถทำเงินได้มากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าเราจำเป็นต้องมีไอเดียร์ดีๆเพื่อที่จะได้นำมาใช้ในการพัฒนาแผนงาน และการสร้างช่องทางการทำเงินใหม่ๆของเราที่มีอยู่ในปัจจุบันให้มากยิ่งขึ้นและที่สำคัญอาจทำให้เราทำรายได้ให้กับตัวเองสูงขึ้นและประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นได้อีกด้วย

การจัดรูปแบบขององค์กรในช่องทางการตลาดมักจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับระดับของการตัดสินใจในแต่ละด้านดังกล่วของแต่ละกิจการ โดยการประสานงานระหว่างสมาชิกในช่องทางการตลาด มักจะเป็นไปในรูปของการต่อรอง การเจรจาแลกเปลี่ยนมากกว่าการวางแผนร่วมกัน ทั้งนี้เกิดจากการขาดความผูกพัน ศรัทธาเชื่อถือต่อกัน มักจะเป็นไปในลักษณะของการทำงานร่วมกับแบบหลวมๆ อย่างไรก็ตามแม้ว่าช่องทางการตลาดแบบสามัญนี้จะไม่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพให้กับระบบการตลาด แต่จะสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงความต้องการที่เกิดขึ้นในตลาดได้อย่างรวดเร็ว และมีผลดีสำหรับตลาดสินค้า และบริการที่ไม่ได้มาตรฐาน เช่น ตลาดรถยนต์ใช้แล้ว เสื้อผ้าสำเร็จรูป เครื่องใช้ในบ้าน อาหาร วัสดุสิ้นเปลืองในสำนักงาน ประกันชีวิต เฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น

การเข้าถึงลูกค้าที่มีความต้องการสินค้าแต่ไม่มีโอกาสในการเข้าถึงสินค้าหรือไม่มีความเข้าใจในตัวสินค้าดีพอ ดังนั้นการเพิ่มช่องทางการตลาดจึงเป็นการให้ความรู้และโอกาสในการเข้าถึงสินค้าของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งสามารถทำได้โดยการส่งเสริมการขายด้วยการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อที่เข้าถึงลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้รู้จักและเกิดความอยากได้มาครอบครอง เช่นการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆเป็นต้น การรวมกลุ่มในลักษณะคลัสเตอร์ซึ่งจะเป็นการสร้างโอกาสให้สามารถขับเคลื่อนรวมไปกับธุรกิจที่อยู่ห่วงโซ่อุปทานเดียวกัน การเพิ่มช่องทางการขาย ด้วยการจัดจ้างบริษัทรับจ้างขายสินค้าที่มีเครือข่ายกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ และการขายผ่านทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิคส์โดยการจัดทำ Homepage ของกิจการเพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้ตลอดเวลาและทั่วโลก


นับวันเทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทกับธุรกิจมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีนั้น เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แนวโน้มของธุรกิจส่วนใหญ่จึงต้องมีการปรับตัวตามเทคโนโลยีเหล่านั้น การบริหารองค์กรธุรกิจในปัจจุบันจึงมีลักษณะยืดหยุ่น เป็นองค์กรที่กระจายอำนาจและแบนราบ การแข่งขันจะมุ่งมั่นมองไปในระดับโลก

ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้รับการยอมรับว่า มีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างไม่สามารถปฏิเสธได้ เป็นเครื่องมือที่จำเป็นต่อการส่งเสริมขีดความสามารถในทำงานขององค์กร เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในด้านการบริหารงานอย่างเป็นระบบ รวดเร็ว และประหยัดเวลา ด้วยวิวัฒนาการของระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูลผ่านระบบคอมพิวเตอร์  ซึ่งเป็นระบบที่เชื่อมต่อกันเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้แม้ว่าจะอยู่ห่างกันคนละซีกโลก เหมาะกับยุคสมัยของการทำธุรกิจที่ต้องใช้ข้อมูลร่วมกัน เกื้อกูลกัน และเป็นพันธมิตรกัน เทคโนโลยีเหล่านี้ ได้แก่ อินเทอร์เน็ต การประชุมวิดีโอทางไกล ระบบเครือข่าย และระบบสารสนเทศเพื่อการวิเคราะห์และตัดสินใจ เป็นต้น เทคโนโลยีเหล่านี้ยังถือว่าเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงองค์กร ตลอดจนมีบทบาทสำคัญต่อการแข่งขันธุรกิจในอนาคต

เทคโนโลยีสารสนเทศ กับการพัฒนาบุคลากร
ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านระบบเครือข่ายการสื่อสารที่ทำให้ส่งข้อมูลกันได้ครั้งละมากๆ และมีความเร็วมากขึ้น รวมทั้งมีการพัฒนาซอฟท์แวร์เพื่อมาสนับสนุนการพัฒนาความสามารถในการทำงานออกสู่ตลาด  ได้ทำให้แนวความคิดในการพัฒนาบุคลากรเพื่อสร้างสังคมแบบองค์กรแห่งการเรียนรู้สามารถเป็นจริงขึ้นมาได้ง่ายขึ้น และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์กรให้เข้าถึงตัวบุคคลได้อย่างทั่วถึง

เทคโนโลยีสารสนเทศ กับการพัฒนาเชิงการตลาด
ท่ามกลางภาวะการตลาดที่มีการแข่งขันสูง องค์กรที่ขาดการเชื่อมโยงข้อมูลกับผู้อื่นจะโดดเดี่ยวและดำเนินธุรกิจได้ลำบาก องค์กรสมัยใหม่จึงต้องใช้ IT ติดตามการเปลี่ยนแปลงของโลกและแสวงหาโอกาสทางการตลาด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการหาลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ด้วยการเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภค สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งให้มากที่สุดด้วยสินค้าและบริการด้วยราคาที่เป็นมิตรและคุณภาพดีเท่าที่ลูกค้าต้องการ รวมถึงการให้บริการที่รวดเร็ว ซึ่งในปัจจุบัน IT  ได้เอื้อประโยชน์ให้แต่ละองค์กรสามารถทำธุรกิจอีเล็กทรอนิกส์ (e-Business) ได้ เช่น การซื้อขายสินค้าและทำธุรกรรมผ่านเว็บไซต์ หรือ การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงช่วยเสริมกลยุทธในการแข่งขันทางการตลาด